เพราะเดินออกไปยังไม่ไกลพอ ฉันจึงต้องเดินต่อ.. เพื่อหาความ"พอ"ให้กับตัวเอง
 
 
ฉันนั่งอยู่ในห้องเงียบๆ เพียงลำพัง มีเพียงเสียงดังของใจฉันเอง
ตัวฉันอยู่ในห้อง แต่ใจฉันนั้นล่องลอยไปไกลจากห้องของฉัน
ฉันคิด ฉันพูด ฉันคิด ฉันคิด ฉันคิด ฉันปวดหัว..
ฉันคิด ฉันคิด ฉันคิดถึง ฉันคิดถึงเรื่องราวของตัวเอง
 
ฉันเหนื่อย ฉันปวดหัว ฉันท้อ ฉันร้องไห้
ฉันเป็นอะไรไป ฉันคิด..
 
สิ่งที่เราพร่ำบอกกับคนอื่น บางอย่างที่เราบอกคนอื่นไป
เรามักจะทำไม่สำเร็จ แต่ใช่ว่าเราไม่ทำ
เราทำมันไม่ได้ แต่ชีวิตคนเรามักจะไม่สมบูรณ์แบบเสมอไป
 
สิ่งที่เราร้องขอจากพระเจ้า มันไม่เคยได้
หากแต่ฉันคิดว่า พระเจ้าไม่มีอยู่จริง เปล่าเลย! ฉันไม่ได้คิดเช่นนั้น
สิ่งที่คนเราสามารถทำได้ เรามักจะไม่ขอร้องจากพระเจ้า
แต่สิ่งที่เรามักขอร้องจากพระเจ้า เรามักจะทำมันไม่ได้
 
สิบห้านาฬิกา ยี่สิบแปดนาที ของวันอังคารที่แปดพฤศจิกา
ฉัน...........................................................พอ
 
ฉันได้แต่บอกกับตัวเองว่าฉัน"พอ" พอเสียทีกับเรื่องเราวต่างๆ
 
 
การวิ่งหนี มันไม่ใช่อิสรภาพ
 
 
ฉันเคยคิดว่าอยากขับรถออกไปไกลๆ
ฉันเคยคิดว่าอยากวิ่งออกไปไกลๆ
ฉันเคยคิดว่าตัวฉันนั้นอยู่แสนไกล..
แต่สุดท้าย ฉันเอง คงได้แค่คิด..
 
ฉันรู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำ
ฉันรู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่ฉันรู้สึก
 
เพียงแค่ฉันไม่รู้สึก ฉันคงไม่เจ็บ
ฉันรู้สึก ฉันเจ็บ, ฉันไม่รู้สึก ฉันก็เจ็บ
 
 
รู้อะไรมั้ย ? โลกของเรามันระยำตรงไหน
 
มันระยำตรงที่กฎของการใช้ชีวิตยังไงล่ะ
 
บางคนสามารถมีชีวิตอยู่ได้ โดยปราศจากคนอีกหนึ่งคน
แต่บางคนกลับมีชีวิตที่ต้องอยู่ได้ เพราะเขาไม่มีอีกหนึ่งคน
 
มันแตกต่างกันนะ..
 
แค่ฉันรู้สึก ฉันก็เจ็บแล้ว
 
แค่ฉันรู้สึกรัก แค่ฉันรู้สึกไม่รัก ฉันก็แทบจะเจ็บได้ไม่ต่างกัน
 
*
*
 
ผู้หญิงสองคนกำลังจะตาย แต่การตายของผู้หญิงทั้งสองคนไม่เหมือนกัน
ถ้าพระเจ้าเลือกคนตายได้ พระเจ้าอาจเลือกฉัน..
 
หลังจากวันนั้น ฉันค้นพบบางอย่างจากพระเจ้า
ฉันได้รู้ว่า การตายมันง่ายมาก
แต่การมีชีวิตอยู่กับสิ่งที่เหมือนความตายมันไม่ง่ายเลย
 
ผู้หญิงอีกคนรู้สึกว่าตัวเองกำลังแพ้ กำลังจะหมดหวัง จนแทบจะสิ้นลมหายใจ
ผู้หญิงอีกคนกลับอยากหมดลมหายใจ เพราะไม่มีแม้แต่ความหวัง
พระเจ้าไม่เลือกใครสักคนเพื่อไปตาย..
 
แต่พระเจ้าก็ไม่ได้ช่วยให้ผู้หญิงทั้งสองรอดจากการมีชีวิตอยู่
 
ผู้หญิงทั้งสองต่างรู้ดีว่า ชีวิตก่อนเวลาตาย มันเป็นเช่นไร ?
แน่นอนมันทรมาน มันทรมานแตกต่างกัน บอกไม่ได้ว่าอันไหนทรมานมากกว่ากัน
 
เมื่อรู้ว่าชีวิตก่อนเวลาตาย มันมีความหมายเพียงใด
หลังจากช่วงเวลาก้ำกึ่ง ระหว่างตายกับไม่ตาย
 
ผู้หญิงทั้งสองคนนั้นได้รู้ว่า.. การมีชีวิตหลังจากเวลาตายไปเป็นเช่นไร
ถึงมีชีวิตอยู่ต่อก็ต้องทรมานกับการมีชีวิตอยู่
 
 
"การตายเป็นเรื่องง่าย การมีชีวิตอยู่ เป็นเรื่องยาก"
 
 
การมีชีวิตอยู่กับการวนเวียนอยู่ในความคิด ยากยิ่งกว่า
 
ฉันพยายามวิ่งหนี ฉันพยายามกระโดดออกจากความคิด
ฉันพยายาม พยายามแล้ว พยายามอีก..
ฉันพยายาม พยายาม พยายาม พยายามจนไม่สำเร็จ.. ฉันแพ้
 
 
ผู้หญิงคนนึง ดูตัวเองในกระจก เค้าถามตัวเองว่า "ฉันแพ้ใช่มั้ย?"ทำไมฉันรู้สึกเจ็บจัง
 
ผู้หญิงอีกคน ดูตัวเองในกระจก เค้าถามตัวเองว่า "นี่ฉันชนะหรอ?" ทำไมฉันไม่รู้สึกว่าตัวเองชนะเลย
 
 
วันเวลาผ่านไป ผู้หญิงทั้งคู่ ต่างมองหาการพ่ายแพ้ไม่มีใครอยากเป็นผู้ชนะ
 
 
สารรูปผู้หญิงที่คิดว่าตัวเองแพ้ ไม่ได้ดูแย่สักเท่าไหร่
หากแต่ว่ามีคนคอยเอาใจเค้าไม่ห่าง
 
สารรูปผู้หญิงที่ชาวบ้านเค้าว่ากันว่าชนะ ก็ไม่ได้ดูดีสักเท่าไหร่
หากแต่เค้าคิดว่าคนที่ชนะต้องมีความสุขมากกว่านี้
 
หรือแท้ที่จริงแล้ว ความแพ้ ความชนะ ของหญิงสาวทั้งคู่ อาจดูสลับกัน
 
 
"ถ้าคุณคิดว่าคุณแพ้ คุณก็แพ้ ตั้งแต่ที่ยังไม่ได้เริ่ม.."
มีคนเคยบอกเอาไว้อย่างนั้น
 
 
หลายครั้งที่ฉันพยายามวิ่งหนีความจริง หลายครั้งที่ฉันล้ม ฉันอดคิดไม่ได้ว่าฉันแพ้
หลายครั้งแล้วนะ ที่ฉันล้ม หลายครั้งแล้วนะ ที่ไม่ต้องมีใครมาบอกว่าฉันทำถูก หรือทำผิด
หลายครั้งแล้วนะ ที่เรื่องทุกเรื่อง ฉันคิดเอง ทำเอง ฉันรู้สึกเอง และฉันผิดเอง
ฉันมักร้องไห้เสียน้ำตา กับเรื่องที่อยู่ในใจฉัน ฉันมักเสียน้ำตาให้กับมัน
 
ฉันไม่ชอบเลย ฉันอยากวิ่งหนี ฉันเหนื่อย ฉันท้อ ฉันพอแล้ว..
ฉันได้แต่บอกตัวเองทุกเช้าที่ตื่นมา ว่าอย่าไปยึดติดกับอะไร
 
แต่ทุกเช้าที่ฉันตื่นขึ้นมา ฝันร้ายนั้นมักจะตามฉันมาเสมอ..
 
ฉันไม่ชอบที่ตัวฉันทำผิด ฉันได้แต่บอกกับพระเจ้าว่า "ฉันขอโทษ"
ฉันต้องการไถ่บาป ฉันควรทำยังไง ? ฉันไม่รู้ว่าฉันต้องทำยังไง ?
 
ถ้าเป็นคุณล่ะ คุณจะทำยังไง ? เมื่อรู้ว่าตัวเองทำผิด...
 
 
 
 
ไม่มีใครอยากวิ่งหนีตลอดไปหรอก....................
 

edit @ 8 Nov 2011 16:46:50 by RoxMiiw

ความทรมาน

posted on 22 Jul 2011 14:17 by roxmiiw
 
หลายวันแล้ว ที่ไม่มีแสงตะวัน ไม่มีแสงแดด ไม่มีแสงแห่งความสุข
 
ท้องฟ้าไม่สวยเหมือนเช่นเคย.. 
 
บนท้องฟ้ามีเพียงสีของเมฆหม่นๆ ..สีเทา..
 
ท้องฟ้าหลายวันมานี้ มีหน้าตาคล้ายฉันเลย
 
ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงหัวเราะ ใบหน้าฉัน.. มีเพียงหยดน้ำตา
 
 
ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว
 
ไม่ได้ขับรถชมวิวคนเดียวแบบนี้มานานเท่าไหร่
 
ฉันยังคงไม่แน่ใจถึงอะไรบางอย่างที่กำลังเปลี่ยนไป..
 
 
ฉันเคยพร่ำบอกกับตัวเองเสมอ..
 
"ฉันสามารถอยู่คนเดียวได้" ใช่ ฉันเคยเป็นแบบนั้น
 
มีหลายคนเคยบ่นเหงา เพียงเพราะเค้ากลัวการอยู่คนเดียว
 
หลายคนเคยไปไหนมาไหน โดยที่มีคนไปด้วยตลอดเวลา
 
พอมาอยู่คนเดียว มักไม่ชิน จนต้องเอ่ยคำนั้นออกมา "เหงา"
 
 
เมื่อก่อนฉันเคยอยู่คนเดียว.. ฉันเคยอยู่คนเดียวมาก่อน
 
ตอนนี้ เวลานี้ ฉันก็ยังคงอยู่คนเดียว
 
อาจมีบ้างที่ต้องอยู่กับคนหลายๆ คน 
 
อาจมีบ้างที่ต้องอยู่กับคนอีกหนึ่งคน
 
 
อาจมีบ้าง ที่ฉันต้องรู้สึก "เหงา" 
 
 
ในระหว่างที่ฉันกำลังนั่งต่อสู้กับความเหงาอยู่เพียงลำพัง.. 
 
อยู่ๆ สมองของฉันมันก็สั่งการให้ฉันพูดประโยคพวกนี้ออกมา
 
 
" การนั่งดูพระอาทิตย์ตกคนเดียวมันช่างเดียวดาย "
 
" I'm here with the sunshine. "
 
" No need to say goodbye. "
 
" No need to cry. "
 
 
 
 
ความทรมานของฉัน มันไม่ใช่แค่การต่อสู้กับความเหงา ความกลัว
 
แต่ความทรมานของฉัน มันคือการที่ฉันได้เห็นคนที่ฉันรักร้องไห้
 
เขาร้องไห้ให้กับคนรักของเขาที่กำลังเจ็บปวด
 
ฉันร้องไห้ให้กับเธอที่กำลังเจ็บปวด
 
และแน่นอน..ฉันก็กำลังร้องไห้ ที่เห็นคนรักของฉันเสียใจ
 
ซึ่งฉันเองก็ทำอะไรไม่ได้..
 
 
ฉันไม่แน่ใจว่าฉันเองควรยืนอยู่ตรงจุดไหน
 
ควรเข้าไปใกล้ๆ หรือควรถอยห่างออกไป
 
ฉันควรทำยังไง ?
 
 
มันคือคำถามที่ติดค้างอยู่ในหัวของฉันมาตลอด 3 วัน หรืออาจจะตลอดไป..
 
" ฉันควรทำยังไง ? "
 
 
 
 
บางที "การกลับมาเดินคนเดียว" ..
 
มันอาจจะเป็นคำตอบของทุกอย่าง
 
 

edit @ 22 Jul 2011 14:53:18 by RoxMiiw

ต้นเหตุจากความรู้สึก

posted on 04 Jun 2011 12:16 by roxmiiw
 
บ่ายๆ วันเสาร์ ฉันไม่ได้เหงาซักเท่าไหร่ ฉันแค่นั่งลงนิ่งๆ บนเก้าอี้ ในหัวไม่ได้คิดอะไรเลย
 
คิดแต่ว่าเพลงที่กำลังฟังอยู่เป็นเพลงอะไร
 
ดูเหมือนชีวิตจะมีความสุข(พอสมควร) จากการที่ได้นั่งฟังเพลง
 
ถึงแม้ว่าชีวิตจะไม่ดี(เท่าที่ควร) แต่มันก็แค่... ความรู้สึก ที่เรารู้สึก ไปเอง
 
เพลงที่ฟังอยู่ตอนนี้คือเพลง Arthur's Theme (Best That You Can Do) : Paris Match
 
เธอเป็นนักร้องสาวญี่ปุ่นที่เสียงใสมาก และร้องเพลง Jazz ได้.. ดีที่เดียว
 
 
ถ้าใครที่ชอบฟังเพลงเหมือนกัน ก็คงจะรู้ว่าการฟังเพลง มันทำให้เราเพลินได้ขนาดไหน
 
ไม่ว่าจะมีเรื่องทุกข์ใจมากมายแค่ไหน อารมณ์เย็นลงได้ ก็เพราะเพลง..
 
 
เอาล่ะ.. มิวไม่รู้เหมือนกันว่าวันนี้ อารมณ์ไหน รู้สึกยังไง เหงา เศร้า อยากตาย หรืออะไร ? มิวไม่รู้เลย
 
มิวรู้แค่ว่าตอนนี้มีความสุขมากแค่ไหน ที่ได้อยู่กับตัวเอง
 
วันก่อนเจอเรื่องทุกข์ใจมา แปลกมากที่ควรจะอารมณ์เสีย ร้องไห้ เสียใจ แต่ไม่เลย..
 
ไม่ใช่สิ ! ร้องไห้ เสียใจ ไปแล้ว.. แล้วมันก็ผ่านไปแล้ว
 
 
แปลกจริงๆ ทำไมตัวมิวเอง ถึงอารมณ์ดีขึ้นได้มากขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวก็ได้มั้ง
 
ก็เป็นคนแบบนี้ ต่อให้มีเรื่องทุกข์ใจมากมายขนาดไหน เราก็ทำได้เพียง..
 
"ยอมรับมัน แล้วสุดท้ายก็ทำได้เพียง ปล่อยมันไป"
 
 
 
 
" ไม่ว่าชีวิตเราจะขาดใครไป พระอาทิตย์ก็ยังคงขึ้น แล้วก็ตกอยู่เหมือนเดิม "
 
 
 
หลายอย่างเปลี่ยนไป.. แต่มันแค่เปลี่ยนไป.. มันยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง..
 
ความรู้สึกต่างๆ ความรู้สึกที่เรารู้สึก ตัวเราเองเท่านั้นที่สร้างมันขึ้นมา
 
 
 
 
 
กลิ่นชากาแฟ.. กลิ่นเพลงแจ๊ส.. กลิ่นของความสุข.. มันหลอมรวมเราไว้ให้เราได้ใกล้กัน
 
 
 
 
 
 
รองเท้าของเรา.. ยังคงรอคอยวันเวลา.. ให้เราได้มาหากัน.. ให้เราได้เดินทางไปด้วยกัน..
 
ยังคงรอคอย
 
 
 
 
 
เสียงรถชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Vespa ยังคงดังก้องไปกับท้องถนน
 
คืนวันนั้น.. มีเพียงเสียงรถ.. แต่ขาดเสียงเรา..
 
 
 
 
 
สมุดโน็ตเก่าๆ ที่เราเคยเอาให้.. วันนั้นเธอก็ได้เขียนระบายความในใจ..
 
เธอเขียนมันลงไป.. วินาทีนั้น.. ฉัน.. ได้แต่ดีใจ..
 
 
 
หลายครั้งที่เรารู้สึกมีความสุขมากๆ 
 
เราหลอกตัวเองไม่ได้ว่าเราแค่รู้สึกไปเอง
 
แท้ที่จริงความรัก.. ความรู้สึก.. ก็อยู่รอบๆ ตัวเราตลอดเวลา
 
ต่อจากนี้ไป.. เราไม่ได้แค่รู้สึก แต่เราเริ่มรู้สึกไปแล้ว
 
จงจำไว้ว่าความรู้สึกมันมีตัวตน
 
 
 
" ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความรู้สึก การกระทำ มันก็แค่ตามมาที่หลัง "
 
 

edit @ 4 Jun 2011 13:35:14 by RoxMiiw